DATE : 14 มิถุนายน 2569
เมื่อ "การมองเห็น" อาจยังไม่เท่ากับ "ความเท่าเทียม"
นี่คือหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในเวที
TEA Time with Transmasc: บทสนทนาและเรื่องเล่าของทอม และผู้ชายข้ามเพศ
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569
เวลา 14.00–15.00 น.
ณ AIS SIAM ชั้น 1 สยามสแควร์
หนึ่งในกิจกรรมภายในงาน Trans Pride Thailand 2026 ภายใต้ธีม
TRANSMISSION powered by AIS SIAM ข้ามเพศ · ข้ามเวลา · สู่ภารกิจความเท่าเทียม Exhibition | Talk Series | Workshop
กิจกรรมเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นโดย เครือข่ายทอม ผู้ชายข้ามเพศ นอนไบนารี เพื่อความเท่าเทียม (TransEqual) ร่วมกับ Women, Gender and Sexuality Studies Program (WGSSP), College of Interdisciplinary Studies, Thammasat University เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ชีวิต และข้อท้าทายที่ทอม ผู้ชายข้ามเพศ และนอนไบนารีต้องเผชิญในสังคมไทย
เวทีเสวนาได้รับความสนใจจากนักศึกษา นักวิชาการ บุคลากรด้านสุขภาพ นักกิจกรรม และสมาชิกชุมชนที่มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิ สุขภาวะ และการเข้าถึงบริการสาธารณะของทอม ผู้ชายข้ามเพศ และนอนไบนารีในประเทศไทย
วิทยากร :
ผศ.ดร.โกสุม โอมพรนุวัฒน์
ผู้อำนวยการหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสตรี เพศสถานะ และเพศวิถีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Adrian Beyer
นักศึกษาปริญญาเอก มหาวิทยาลัยวิสคอนซินแมดิสัน ประเทศสหรัฐอเมริกา
ดร.พรทิพย์ นิพพานนท์
อาจารย์คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผู้ดำเนินรายการ :
คุณอาทิตยา อาษา
ผู้จัดการองค์กรเครือข่ายทอม ผู้ชายข้ามเพศ นอนไบนารี เพื่อความเท่าเทียม (TransEqual)
ตลอดการเสวนา ผู้ร่วมวงสนทนาได้ร่วมกันตั้งคำถามต่อมายาคติที่ว่า “ประเทศไทยคือสวรรค์ของคนข้ามเพศ” พร้อมชวนมองเห็นความจริงที่ยังซ่อนอยู่ภายใต้โครงสร้างทางกฎหมาย นโยบาย และระบบสวัสดิการที่ยังไม่รองรับความหลากหลายทางเพศอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะในประเด็นการเข้าถึงบริการสุขภาพ การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ สิทธิในการกำหนดเนื้อตัวร่างกายตนเอง (Self-determination) และการมองเห็นตัวตนของทอม ผู้ชายข้ามเพศ และนอนไบนารีในงานวิจัยและนโยบายสาธารณะ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุย คือการขาดข้อมูลและงานวิจัยที่ครอบคลุมชีวิตของทอม ผู้ชายข้ามเพศ และนอนไบนารี ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการกำหนดนโยบายและสวัสดิการสาธารณะ เพราะเมื่อคนกลุ่มหนึ่งไม่ถูกนับรวมอยู่ในองค์ความรู้ ก็อาจถูกละเลยจากระบบการคุ้มครองของรัฐไปด้วย
ในช่วงแลกเปลี่ยนจากภาคประชาชน ยังได้สะท้อนถึงความท้าทายที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน ทั้งการเข้าถึงบริการสุขภาพ การตรวจภายใน การเข้าถึงฮอร์โมนข้ามเพศที่มีมาตรฐาน ความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่เมืองและต่างจังหวัด ตลอดจนข้อจำกัดทางกฎหมายที่ยังไม่รองรับความหลากหลายของผู้มีครรภ์และครอบครัวข้ามเพศ
เสียงจากเวทีนี้ย้ำให้เห็นว่า ความเท่าเทียมทางเพศไม่ใช่เพียงเรื่องของการยอมรับตัวตน แต่คือการเข้าถึงสิทธิ สุขภาวะ และคุณภาพชีวิตที่ทุกคนพึงมีอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าบุคคลนั้นจะนิยามตัวเองด้วยอัตลักษณ์ทางเพศแบบใดก็ตาม
ส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการทำงานเพื่อลดช่องว่างทางสังคม คือบทบาทที่ TransEqual กำลังทำอยู่ โดย คุณอาทิตยา อาษา ได้แบ่งปันประสบการณ์การสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายชุมชนทอม ผู้ชายข้ามเพศ นอนไบนารี่ ใน 4 ภูมิภาค บนความท้าทายที่ว่า เป็นกลุ่มที่กระจัดกระจาย และถูกทำให้โดดเดี่ยวมาตลอด ทั้งนี้ การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนจึงสำคัญมากต่อการที่จะสร้างความมั่นใจในการส่งเสียงสะท้อนช่องว่างและการขาดพื้นที่ทางสังคมและนโยบายในสังคมไทย
TransEqual ขอขอบคุณวิทยากร ผู้ดำเนินรายการ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม และทุกภาคส่วนที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้
เพราะการมองเห็นเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากสิทธิ สวัสดิการ และกฎหมายยังไม่สามารถโอบรับทุกคนได้อย่างเท่าเทียม
การเปลี่ยนแปลงจึงไม่ได้เริ่มต้นจากการยอมรับความหลากหลายเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากการรับฟัง เรียนรู้ และร่วมกันผลักดันให้ทุกคนมีสิทธิในการกำหนดชีวิตและเนื้อตัวร่างกายของตนเองอย่างเสมอภาค
TransEqual ขอขอบคุณ Trans Pride Thailand ครับ
#TomTransNonbinaryTogether See less